โมเดลและแพลตฟอร์ม AI
Slack Code API เปิดให้ใช้งานทั่วไปใน Slack ทุกแพ็กเกจ

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2026 Slack เปิดให้ใช้งาน Slack Code API ทั่วไปใน Slack ทุกแพ็กเกจ ทำให้นักพัฒนาทุกคนสามารถใช้ระบบช่องโค้ดที่เปิดตัวในเดือนสิงหาคม 2026 กับเอเจนต์ของตนได้ บริษัทระบุในโพสต์บนบล็อกสำหรับนักพัฒนาของ Slackว่ามีลูกค้าและพาร์ตเนอร์กว่า 150 รายขอเข้าถึง API เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานช่องโค้ดสำหรับเอเจนต์ของตนเอง ซึ่งก่อนหน้านี้จำกัดไว้เฉพาะพาร์ตเนอร์กลุ่มเล็ก ๆ ที่ร่วมเปิดตัวเท่านั้น
Slack เปิดตัว Slack Code ในเดือนสิงหาคมร่วมกับพาร์ตเนอร์ ซึ่งรวมถึง Anthropic, Cognition, GitHub และ Vercel โดยประกาศเปิดตัวยังเอ่ยถึง OpenAI และระบุว่า ChatGPT จะพร้อมให้ใช้งานเร็ว ๆ นี้ ช่องโค้ดคือพื้นที่เฉพาะที่เอเจนต์เปิดขึ้นเพื่อทำงานหนึ่งอย่าง โดยมีบุคคลที่เหมาะสม บริบท และแผนการทำงานเตรียมไว้พร้อมแล้ว เมื่อทำงานเสร็จ ช่องดังกล่าวจะถูกเก็บเข้าคลังโดยอัตโนมัติ แต่ยังค้นหาได้ Slack รายงานในช่วงเปิดตัวว่า ช่องโค้ดกว่า 70% ถูกสร้างขึ้นและปิดลงภายในวันเดียว ตั้งแต่เริ่มต้นคิดจนถึงการรวมคำขอเปลี่ยนแปลงโค้ด
นำเอเจนต์ของคุณมาใช้เอง
เมื่อ API เปิดให้ใช้งานทั่วไปแล้ว นักพัฒนาทุกคนสามารถให้เอเจนต์เริ่มช่องโค้ด เพิ่มบุคคลและไฟล์ที่เกี่ยวข้อง โพสต์ความคืบหน้าระหว่างทำงาน และเก็บช่องเข้าคลังเมื่อทำงานเสร็จได้ Slack ระบุว่านักพัฒนาจะได้รับชุดเครื่องมือพื้นฐานแบบเดียวกับที่พาร์ตเนอร์ในช่วงเปิดตัวใช้ ไม่ว่าจะสร้างเอเจนต์ที่พัฒนาขึ้นเองสำหรับองค์กร หรือเอเจนต์ตัวใหม่สำหรับ Slack Marketplace
Slack ระบุว่า ก่อนหน้านี้การนำเอเจนต์เขียนโค้ดมาใช้ใน Slack หมายถึงการส่งผลลัพธ์จากเอเจนต์ผ่านเธรดมาตรฐานและข้อความส่วนตัว ซึ่งบริษัทมองว่ามีพื้นที่จำกัดเมื่อเอเจนต์ต้องแนบไฟล์บันทึกขนาดใหญ่ เสนอส่วนต่างโค้ด 50 บรรทัด หรือดำเนินแผนงานหลายขั้นตอน Slack ระบุเพิ่มเติมว่าองค์กรที่มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยเข้มงวดไม่สามารถใช้เอเจนต์จากผู้ให้บริการภายนอกแบบสำเร็จรูปได้เลย
บริษัทระบุว่า API นี้เปิดทางให้ทำสิ่งต่าง ๆ ได้สามอย่าง ได้แก่ เอเจนต์ที่ทำงานอย่างเปิดเผย โดยสร้างช่องโค้ดของตนเองเมื่อคำขอต้องการพื้นที่เฉพาะ เอเจนต์ที่ทั้งทีมช่วยกำหนดทิศทางได้ โดยใช้บุ๊กมาร์กและประวัติการดำเนินงานทั้งหมด และเอเจนต์ที่องค์กรไว้วางใจได้ ด้วยการผนวกรวมการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านข้อความเข้ากับการควบคุมพื้นที่ทำงานและขอบเขตข้อมูลที่ผู้ดูแลระบบใช้อยู่แล้ว API แสดงส่วนต่างโค้ด ตัวอย่างตัวอย่าง HTML และขั้นตอนการคิดได้ ขณะที่ Slack จัดการส่วนอื่น ๆ ของอินเทอร์เฟซ Slack ระบุว่ายังคงเป็นศูนย์กลางที่ไม่ผูกติดกับเอเจนต์รายใดรายหนึ่ง ทำให้ทีมเปลี่ยนเอเจนต์หรือโมเดลในภายหลังได้ โดยยังทำงานต่อในพื้นที่เดิม
Slack รายงานว่า GitHub Copilot เปิดช่องโค้ดเฉพาะในเซสชันการทำงานของเอเจนต์ 30% Tim Hunter วิศวกรระดับอาวุโสของ GitHub กล่าวว่า GitHub กำลังนำรูปแบบการโต้ตอบกับ Copilot ที่ผู้ใช้คุ้นเคยมาไว้ในพื้นที่เดียวกับที่พวกเขาทำงานอื่น ๆ Mael Kerichard วิศวกรซอฟต์แวร์ของ Mistral กล่าวว่า API นี้ให้ความรู้สึกว่าออกแบบโดยคำนึงถึงเอเจนต์ AI โดยชี้ถึงความยืดหยุ่น การตั้งค่าที่เรียบง่าย และฟังก์ชันการทำงานที่ครอบคลุม
Slack ระบุว่ามีระบบกำกับดูแลมาให้ในตัว เอเจนต์จะได้รับสิทธิ์และการควบคุมของผู้ดูแลระบบตามช่องที่ทำงานอยู่ โดยนักพัฒนาไม่ต้องสร้างรูปแบบการเข้าถึงแยกต่างหาก และฝ่ายไอทีก็ไม่ต้องตั้งค่าอะไรเพิ่มเติม บุคคลหนึ่งสามารถอนุมัติการเปลี่ยนแปลงที่มีความเสี่ยงสูงแต่ละครั้งได้ และยังค้นหาบันทึกการดำเนินการของเอเจนต์ได้หลังจากเก็บช่องเข้าคลังแล้ว
Slack อธิบายรูปแบบการทำงานนี้ด้วยตัวอย่างการแจ้งเตือนเหตุขัดข้องในระบบจริงตอนตี 2 ซึ่งเอเจนต์ตรวจสอบระบบที่ปรับแต่งขึ้นเองเปิดช่องโค้ด ดึงบันทึกที่เกี่ยวข้องเข้ามา และเริ่มแก้ไขปัญหาไปพร้อมกับที่วิศวกรเวรอ่านความคืบหน้าและปรับทิศทางการทำงานระหว่างทาง บริษัทระบุว่าวิธีเดียวกันนี้ใช้ได้กับการคัดแยกข้อบกพร่อง และงาน DevOps เช่น การเปลี่ยนแปลงการกำหนดค่าหรือการย้อนกลับการเปลี่ยนแปลง
API ทำงานอย่างไร
เอกสารสำหรับนักพัฒนาของ Slackระบุว่าแอปควบคุมชื่อช่องโค้ด สถานะ แถบบริบท และแท็บมุมมองได้ผ่านเมธอด API สองชุด ได้แก่ agents.sessions.* เมธอดเหล่านี้ใช้ร่วมกันได้ทั้งในช่องโค้ดและเธรดเซสชัน โดยกำหนดประเภทเซสชันผ่านพารามิเตอร์การประทับเวลาของเธรด และต้องใช้ chat:write ขอบเขตสิทธิ์ ส่วน agents.conversations.* เมธอดใช้จัดการงานเฉพาะสำหรับช่องโค้ด และต้องใช้ code_channels:manage ขอบเขตสิทธิ์
เมธอดที่ระบุไว้ในเอกสาร agents.conversations.* ได้แก่ create, archive (ซึ่งเลือกบันทึกสรุปได้), setProperties, setCommands, setView (รองรับมุมมอง html, diff, block_kit หรือ canvas), listViews, removeView, getCanvas และ setCanvasContent
แอปเปิดใช้ช่องโค้ดได้โดยกำหนด features.code_channels.enabled ให้เป็น true ในไฟล์ manifest ของแอป โดยอาจกำหนด slash_command_url. เมื่อผู้ใช้กล่าวถึงแอป แอปจะได้รับเหตุการณ์ app_mention และตัดสินใจว่าจะสร้างช่องโค้ดเฉพาะหรือจะตอบกลับในตำแหน่งเดิม คำสั่ง create รับช่องต้นทางและการประทับเวลาของข้อความ จากนั้น Slack จะสร้างช่อง กำหนดการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวให้ตรงกัน และเชิญบอตเข้าช่องโดยอัตโนมัติ
ตามรูปแบบการให้สิทธิ์ที่ระบุไว้ในเอกสาร ผู้เรียกใช้ต้องเป็นบอตเอเจนต์ที่กำหนดให้กับช่อง หรือเป็นสมาชิกของช่อง มิฉะนั้นการเรียกใช้จะส่งกลับข้อผิดพลาด not_agent_channel หรือ not_authorized ช่องโค้ดออกแบบมาให้มีอายุการใช้งานกึ่งชั่วคราว (หนึ่งช่องต่องาน โดยเก็บเข้าคลังเมื่อจบเซสชัน) และหลังจากเก็บช่องเข้าคลังแล้ว ก็ยังดูและค้นหาช่องกับประวัติการสนทนาได้ รวมทั้งเปิดช่องกลับมาใช้งานอีกครั้งได้
เครื่องมือที่กำลังจะมาและวิธีเริ่มต้นใช้งาน
Slack ระบุว่าการปรับปรุงประสบการณ์การทำงานกับคำขอผสานโค้ดจะพร้อมใช้งานเร็ว ๆ นี้ โดยผู้ใช้ GitHub จะสามารถขอให้ตรวจสอบโค้ดผ่าน Slack ได้ ความคิดเห็นจะซิงก์ระหว่าง Slack กับ GitHub ได้ทั้งสองทาง และข้อความแจ้งให้ผสานโค้ดจะปรากฏในช่องโค้ดเมื่อคำขอผสานโค้ดได้รับอนุมัติและผ่านการทดสอบแล้ว นอกจากนี้ แท็บเอเจนต์และเครื่องมือที่ปรับปรุงใหม่ก็จะพร้อมใช้งานเร็ว ๆ นี้เช่นกัน โดยจะแสดงภาพรวมการสนทนาของเอเจนต์และช่องโค้ด พร้อมสถานะ สมาชิกในช่อง และบริบทล่าสุด อีกทั้งยังสามารถเลือกดูช่องโค้ดสาธารณะได้
Slack แนะนำวิธีเริ่มต้นสามวิธี ได้แก่ อ่านเอกสารและเพิ่ม API ลงในไฟล์แม니เฟสต์ของเอเจนต์ ส่งเอเจนต์เข้าร่วม Slack Marketplace หรือทดลองใช้ เอเจนต์ Slack Code ใน Marketplace ที่มีทั้ง Claude, Devin, GitHub Copilot และ Vercel












