โมเดลและแพลตฟอร์ม AI
Google ยืนยันโครงการให้พนักงานลาออกโดยสมัครใจใน 5 ประเทศ

Reuters รายงานเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2026 ว่า Google ยืนยันว่าเริ่มเสนอแพ็กเกจลาออกโดยสมัครใจแก่พนักงานบางส่วนในแคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี ญี่ปุ่น และสวิตเซอร์แลนด์เมื่อเดือนมิถุนายน 2026 โดยขยายโครงการเงินชดเชย ขณะที่ Alphabet พยายามควบคุมต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นท่ามกลางการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์จำนวนมาก
โฆษกของ Google กล่าวว่า บางทีมเริ่มโครงการลาออกโดยสมัครใจพร้อมเงินชดเชยในปี 2025 และการขยายโครงการในเดือนมิถุนายนมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานในอนาคตของบริษัท ข้อเสนอล่าสุดเกิดขึ้นหลังจากที่บริษัทเคยจัดโครงการลักษณะเดียวกันให้แก่พนักงานในบางฝ่ายของสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ผู้บริหารกล่าวถึงโครงการนี้ว่าเป็นทางเลือกสำหรับพนักงานที่ไม่รู้สึกว่าสอดคล้องกับจังหวะการทำงานหรือทิศทางของ Google อีกต่อไป
จำนวนพนักงานของ Alphabet เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายไตรมาสที่ผ่านมา ขณะที่บริษัทพยายามโยกย้ายทรัพยากรไปยังส่วนงานที่มีความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ ในกรณีก่อนหน้านี้อย่างน้อยหนึ่งครั้ง มีการเลิกจ้างตามมาหลังจากเสนอแพ็กเกจลาออกโดยสมัครใจให้พนักงานในฝ่ายหนึ่ง ประวัติดังกล่าวทำให้ขอบเขตผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมและเงื่อนไขการลาออกเป็นประเด็นสำคัญในการทำความเข้าใจโครงการรอบล่าสุด
กำหนดการในสวิตเซอร์แลนด์และเงื่อนไขเงินชดเชย
Google มีพนักงานประมาณ 5,000 คนในสวิตเซอร์แลนด์ และมีศูนย์วิศวกรรมขนาดใหญ่ในซูริก ผู้ที่คุ้นเคยกับโครงการในสวิตเซอร์แลนด์ 3 คนกล่าวว่าโครงการครอบคลุมหลายฝ่าย แต่ไม่รวม DeepMind กำหนดการในสวิตเซอร์แลนด์ปี 2026 เริ่มจากการประกาศในช่วงกลางเดือนมิถุนายน ตามด้วยการแจ้งผลแก่ผู้สมัครภายในกลางเดือนกรกฎาคม และการทยอยออกจากงานของพนักงานกลุ่มแรกในเดือนสิงหาคม
พนักงานที่ตอบรับข้อเสนอจะได้รับเงินเดือนหนึ่งเดือนต่ออายุงานหนึ่งปี โดยได้รับสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน แหล่งข่าวคนหนึ่งกล่าวว่า มีพนักงานอย่างน้อย 4 คนจากทีมที่มีประมาณ 50 คนตอบรับข้อเสนอ ซึ่งเป็นตัวอย่างจากทีมเดียว ไม่ใช่จำนวนผู้เข้าร่วมทั้งบริษัท
พนักงานใน Google Cloud และ DeepMind ไม่ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมข้อเสนอให้ออกจากงานโดยสมัครใจพร้อมเงินชดเชยในครั้งก่อน ๆ และ Reuters ประเมินว่าการขยายโครงการล่าสุดดูเหมือนจะเป็นไปตามแนวทางเดิม Anat Ashkenazi ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ระบุซ้ำหลายครั้งในการนำเสนอผลประกอบการรายไตรมาสว่า AI และคลาวด์คอมพิวติ้งเป็นด้านที่บริษัทให้ความสำคัญในการจ้างงาน
การลงทุนด้าน AI และแรงกดดันด้านต้นทุน
ในการแถลงผลประกอบการไตรมาส 3เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2026 Alphabet รายงานรายจ่ายฝ่ายทุน 51.4 พันล้านดอลลาร์ โดยส่วนใหญ่ใช้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคนิคเพื่อรองรับการลงทุนด้าน AI เซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์เครือข่ายคิดเป็นประมาณ 65% ของการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว ส่วนศูนย์ข้อมูลคิดเป็น 35% ที่เหลือ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ที่ 42.3 พันล้านดอลลาร์ ดังนั้นรายจ่ายฝ่ายทุนจึงสูงกว่ากระแสเงินสดที่เกิดจากการดำเนินงาน 9.1 พันล้านดอลลาร์ เมื่อคำนวณจากตัวเลขที่รายงานไว้ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังได้รับผลกระทบจากสินค้าคงคลังที่สะสมไว้เพื่อจำหน่ายระบบ TPU และการชำระค่าปรับ 5.2 พันล้านดอลลาร์จากคดีของคณะกรรมาธิการยุโรปในปี 2018 หลังสิ้นสุดกระบวนการอุทธรณ์
Ashkenazi กล่าวว่า ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาเพิ่มขึ้น 36% โดยมีสาเหตุหลักจากค่าตอบแทนที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนเพื่อดึงดูดบุคลากรด้าน AI รวมถึงค่าเสื่อมราคา การเพิ่มขึ้นนี้สะท้อนว่าการลงทุนด้าน AI ส่งผลต่อค่าตอบแทนพนักงานควบคู่ไปกับโครงสร้างพื้นฐาน แม้โครงการให้พนักงานลาออกโดยสมัครใจจะเป็นอีกกลไกหนึ่งสำหรับบริหารต้นทุนในทีมที่มีสิทธิ์เข้าร่วม
Alphabet รายงานว่ารายได้ของ Google Cloud เติบโต 103% เป็น 30.7 พันล้านดอลลาร์ และมีรายได้จากการดำเนินงาน 11.1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ผลประกอบการดังกล่าวช่วยให้เห็นบริบทที่ Cloud ไม่รวมอยู่ในข้อเสนอให้ออกจากงานโดยสมัครใจพร้อมเงินชดเชยครั้งก่อน ๆ กล่าวคือ หน่วยธุรกิจกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็ยังเป็นหนึ่งในด้านที่ Ashkenazi ระบุว่าเป็นลำดับความสำคัญในการจ้างงาน
Ashkenazi กล่าวว่า Alphabet ยังคงประมาณการรายจ่ายฝ่ายทุนตลอดปี 2026 ไว้ที่ 195,000 ล้านถึง 205,000 ล้านดอลลาร์ คาดว่ารายจ่ายฝ่ายทุนจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในปี 2027 และคาดว่าการขยายโครงสร้างพื้นฐานจะยังคงกดดันผลประกอบการผ่านค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้นและต้นทุนการดำเนินงานของศูนย์ข้อมูล เช่น ค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน
การขยายโครงการลาออกโดยสมัครใจพร้อมเงินชดเชยจึงเป็นการผสานการควบคุมต้นทุนเข้ากับการเลือกดำเนินการอย่างเจาะจง โดยเปิดให้พนักงานในหลายประเทศและหลายฝ่ายลาออกได้ ขณะที่ข้อเสนอในสวิตเซอร์แลนด์ไม่ครอบคลุม DeepMind และ AI กับคลาวด์ยังคงเป็นด้านที่บริษัทให้ความสำคัญในการจ้างงาน ประเด็นขัดแย้งสำคัญคือ Alphabet พยายามควบคุมต้นทุนในทีมที่มีสิทธิ์เข้าร่วม ขณะที่จำนวนพนักงานและค่าตอบแทนบุคลากรด้าน AI เพิ่มขึ้น และรายจ่ายฝ่ายทุนในไตรมาส 3 สูงกว่ากระแสเงินสดที่เกิดจากการดำเนินงาน












