โมเดลและแพลตฟอร์ม AI
Tenstorrent เปิดเบตา OCA Chiplet Harness ภายใต้ Apache 2.0

Tenstorrent เผยแพร่ Harness รุ่นเบตาแบบโอเพนซอร์สของ Open Chiplet Atlas (OCA) เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2026 บริษัทประกาศ Harness เป็นเฟรมเวิร์กออกแบบชิปเล็ตที่แปลงสถาปัตยกรรมการทำงานร่วมกันของ OCA ให้เป็นการนำไปใช้งานจริงที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้
ข้อกำหนด OCA กำหนดกติกาที่ทำให้ชิปเล็ตจากผู้จำหน่ายต่างรายทำงานร่วมกันได้ในชั้นซอฟต์แวร์ ระบบ โพรโทคอล การขนส่ง และกายภาพ Harness นำกติกาเหล่านั้นมาสร้างเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ชิปเล็ตทุกตัวต้องใช้ ได้แก่ ความปลอดภัย การเริ่มต้นระบบ การจัดการระบบ การดีบักและการทดสอบ ตลอดจนการเชื่อมต่อระหว่างไดชิปเล็ต Tenstorrent ระบุว่าทีมพัฒนาชิปเล็ตที่ใช้ Harness สามารถลดต้นทุนด้านวิศวกรรมที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว (NRE) และความเสี่ยงในการผสานระบบได้ อีกทั้งยังใช้เวลากับตรรกะของแอปพลิเคชันที่ทำให้ชิปเล็ตของตนโดดเด่นได้มากขึ้น
“สถาปัตยกรรม OCA ให้อิสระแก่นักออกแบบชิปเล็ตในการสร้างสรรค์โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้จำหน่ายรายเดียว” Wei-Han Lien หัวหน้าสถาปนิกซีพียูและผู้เชี่ยวชาญอาวุโสของ Tenstorrent กล่าว “Harness มอบแบบอ้างอิงให้ทีมต่าง ๆ ซึ่งช่วยลดความซับซ้อนในการผสานระบบ เพื่อให้พวกเขามุ่งเน้นกับทรัพย์สินทางปัญญาหลักของตนและเปิดตัวซิลิคอนแบบปรับแต่งได้”
ภายในรุ่นเบตา
รุ่นเบตามี RTL ของ Harness ครบชุด พร้อมระบบย่อยด้านการจัดการสามระบบ ตัวประมวลผลความปลอดภัย OCA ทำหน้าที่เป็นรากฐานความเชื่อถือของชิปเล็ต โดยให้บริการการบูตอย่างปลอดภัย การวัดค่า การจัดการกุญแจ และการควบคุมวงจรชีวิต ตัวควบคุมการจัดการระบบ OCA (SMC) จัดการการเริ่มต้นระบบ นาฬิกา พลังงาน ความร้อน การประสานงานการรีเซ็ต และข้อมูลเทเลเมทรี อีกทั้งยังใช้โพรโทคอลการบูตและการกำหนดค่าตามข้อกำหนด OCA ซึ่งชิปเล็ตที่ทำงานร่วมกันใช้ได้ พอร์ตดีบักและทดสอบ (DTP) ให้ช่องทางเข้าถึงการดีบักและทดสอบข้ามชิปเล็ตแบบเป็นมาตรฐานเดียวกัน รวมถึงรองรับ JTAG และการทริกเกอร์ข้ามระบบของ OCA
หน่วยจัดการระบบ OCA (SMU) ผสานระบบย่อยเหล่านี้เข้าด้วยกัน ส่วนการใช้งาน AoU ของ OCA รองรับการส่งข้อมูล AXI4 โดยตรงผ่านลิงก์เชื่อมต่อระหว่างไดชิปเล็ตที่ใช้ UCIe แพลตฟอร์มเสมือน C++/SystemC ช่วยให้ทีมเริ่มพัฒนาเฟิร์มแวร์ได้ก่อนการจำลอง RTL หรือการผลิตซิลิคอน
คลัง tt-oca-harness บน GitHub จัดวางโครงสร้างในลักษณะเดียวกัน โดยไดเรกทอรี hw/sys มีระบบย่อย smc, sep, smu และ dtp; hw/ip มีบล็อก IP ที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ ซึ่งรวมถึง jtag, uart และ cross_trigger; ส่วน hw/common มีองค์ประกอบพื้นฐานที่ใช้ร่วมกัน พร้อมโครงสร้างพื้นฐาน TL-UL และ AXI รวมถึงโฟลว์การจัดการรีจิสเตอร์
ผู้ร่วมพัฒนาและคำกล่าวจากพันธมิตร
BOS Semiconductors สนับสนุน RTL ดั้งเดิมสำหรับ AXI-over-UCIe ส่วน lowRISC ช่วยเปิดซอร์ส Harness ขณะที่ VNChip Labs และ Signaloid เป็นพันธมิตรในระบบนิเวศ OCA ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการสนับสนุน
Quang Le รองประธานฝ่ายวิศวกรรมและผู้ร่วมก่อตั้ง VNChip Labs กล่าวว่า ระบบนิเวศ OCA มอบรากฐานร่วมที่ผ่านการพิสูจน์แล้ว ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการพัฒนา เร่งระยะเวลาจนถึงการผลิตซิลิคอน และสร้างสนามแข่งขันที่เท่าเทียมยิ่งขึ้นให้แก่บริษัททุกขนาด
Phillip Stanley-Marbell ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Signaloid อธิบายว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทเป็นตัวเร่งการประมวลผลสำหรับการคำนวณด้วยการแจกแจงความน่าจะเป็น “การขจัดอุปสรรคในการผสานระบบทำให้ IP ตัวเร่งของเราเชื่อมต่อกับระบบนิเวศชิปเล็ตที่เติบโตและเปิดกว้างได้อย่างราบรื่นผ่าน OCA Harness” เขากล่าว พร้อมเสริมว่าแนวทางนี้ช่วยให้ผสานระบบเข้ากับระบบสมบูรณ์และ SiP ที่หลากหลายได้ง่ายขึ้น โดยมีต้นทุน NRE ต่ำลงและออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น
ระบบนิเวศ Open Chiplet Atlas
Harness เป็นองค์ประกอบหนึ่งของระบบนิเวศ Open Chiplet Atlas ที่กว้างขวางกว่า ซึ่ง Tenstorrent เปิดตัวเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2025 ในงานที่ซานฟรานซิสโก มีพันธมิตรมากกว่า 50 รายเข้าร่วมตั้งแต่วันเปิดตัว ตั้งแต่บริษัทเซมิคอนดักเตอร์และกลุ่มบริษัทระดับโลก ไปจนถึงสถาบันการศึกษา
Tenstorrent จัดระบบนิเวศนี้ขึ้นโดยมีสามเสาหลัก เสาหลักด้านสถาปัตยกรรมคือสถาปัตยกรรมแบบเปิดที่กำหนดการทำงานร่วมกันของชิปเล็ตในห้าชั้น ได้แก่ กายภาพ การขนส่ง โพรโทคอล ระบบ และซอฟต์แวร์ เสาหลักด้าน Harness คือเฟรมเวิร์กออกแบบแบบโอเพนซอร์สที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ ซึ่งประกอบด้วยตรรกะที่ไม่ใช่ส่วนของแอปพลิเคชันและเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชิปเล็ต โดย Tenstorrent ระบุว่าเฟรมเวิร์กนี้ช่วยให้นักออกแบบมุ่งเน้นกับคุณค่าเพิ่มเติมเฉพาะของตนเองได้ พร้อมคงความสามารถในการทำงานร่วมกันของชิปเล็ตไว้ ส่วนเสาหลักด้านการรับรองความสอดคล้องครอบคลุมการตรวจสอบยืนยันก่อนผลิตซิลิคอนและการตรวจสอบความถูกต้องหลังผลิตซิลิคอน รวมถึง Golden Chiplet สำหรับการทดสอบและกิจกรรม Plugfest ของชุมชน
Tenstorrent อธิบายว่าสถาปัตยกรรม OCA มีลักษณะเป็นโมดูลาร์ เป็นโอเพนซอร์ส และไม่ผูกกับ ISA หรือ IP รายใด โดยพัฒนาข้อกำหนดและเฟรมเวิร์กอย่างโปร่งใสและเปิดให้ใช้งานโดยไม่คิดค่าลิขสิทธิ์ มีการเผยแพร่ร่าง v0.7 ของข้อกำหนดสถาปัตยกรรม OCA เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะในวันเปิดตัว
ผู้สนับสนุนที่ระบุชื่อในวันเปิดตัว ได้แก่ AIDC, Axelera AI, BOS Semiconductors, LG, Preferred Networks, Rapidus และ VeriSilicon รวมถึงสถาบันวิจัยอย่าง Barcelona Supercomputing Center
สิทธิ์การใช้งานและการเปิดให้ใช้งาน
ตามไฟล์ README ของคลัง โครงการหลักเป็นจุดเริ่มต้นไปยังกลุ่มคลังระบบนิเวศที่ Tenstorrent เป็นเจ้าของ ได้แก่ tt-oca-harness-aou ซึ่งมี RTL ของบริดจ์ AXI-over-UCIe (AoU); tt-oca-harness-model ซึ่งจัดเตรียมแพลตฟอร์มเสมือนของ Harness สำหรับการสร้างต้นแบบอย่างรวดเร็ว; และ tt-oca-manifest ซึ่งกำหนดรูปแบบแม니เฟสต์การบูตของ OCA พร้อมจัดเตรียมเครื่องมือสำหรับผู้ผลิตและผู้ใช้ข้อมูล เพื่อจัดการอิมเมจบูตอย่างปลอดภัยที่ระบบย่อย SEP โหลด
ชุดเอกสารที่เผยแพร่ประกอบด้วยคู่มือเริ่มต้นใช้งาน ซึ่งครอบคลุมการตั้งค่า ขั้นตอนการทำงาน และการมีส่วนร่วม คู่มืออ้างอิงทางเทคนิค ซึ่งครอบคลุมสถาปัตยกรรมและรีจิสเตอร์ คู่มือสำหรับผู้ผสานรวม ซึ่งอธิบายการผสาน OCA Harness เข้ากับการออกแบบชิปเล็ต คู่มือสำหรับโปรแกรมเมอร์ ซึ่งครอบคลุมรูปแบบการเขียนโปรแกรมรีจิสเตอร์และอินเทอร์เฟซเฟิร์มแวร์ บันทึกการใช้งาน แดชบอร์ดการตรวจสอบยืนยันซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นเดียวสำหรับดูสถานะการตรวจสอบยืนยันการออกแบบของ IP และระบบย่อยทุกส่วนใน OCA Harness รวมถึงเอกสารข้อมูลของระบบย่อยแต่ละส่วน ได้แก่ SMC, SEP, SMU, DTP และ AoU
โค้ดของ Harness เผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Apache License 2.0 ส่วนเอกสารและรูปภาพเผยแพร่ภายใต้ CC-BY-4.0 และการมีส่วนร่วมจะได้รับการยอมรับภายใต้ Apache 2.0
Tenstorrent ระบุว่าได้ออกแบบรุ่นเบตาสำหรับผู้เริ่มใช้งานกลุ่มแรก ผู้ผสานรวม และผู้ร่วมพัฒนา โดยตั้งเป้าเผยแพร่รุ่นเต็มในเดือนมกราคม 2027












