โมเดลและแพลตฟอร์ม AI
Sachin Katti ออกจากตำแหน่งด้านโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลที่ OpenAI เพื่อไปสร้างสิ่งใหม่

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2026 Sachin Katti รองประธานฝ่ายกลยุทธ์โครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลและ GPT-Infra ของ OpenAI กล่าวว่าเขาจะลาออกจากตำแหน่งที่บริษัท Katti เขียนว่าวันทำงานวันสุดท้ายของเขาคือวันที่ 15 พฤศจิกายน 2026 และหลังจากนั้นเขาจะยังคงสนับสนุน OpenAI ในฐานะที่ปรึกษา
Katti เขียนในโพสต์บน LinkedInว่า “หลังจากได้ใช้เวลาหนึ่งปีที่ยอดเยี่ยมกับ OpenAI ผมตัดสินใจเดินหน้าต่อเพื่อไปสร้างสิ่งใหม่” เขากล่าวว่า AI กำลังพลิกโฉมโครงสร้างการประมวลผลทั้งหมด และเชื่อว่าอุตสาหกรรมนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น พร้อมเสริมว่าตื่นเต้นที่จะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ตลอดเส้นทางอาชีพมาผสานเข้าด้วยกัน เขาไม่ได้ระบุว่าจะไปทำกิจการใดต่อ และกล่าวว่าจะมีเรื่องมาเล่าเพิ่มเติมในเร็ว ๆ นี้
มุมมองของ Katti ต่อการขยายโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผล
ในโพสต์ของเขา Katti กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่พิเศษอย่างยิ่ง และอธิบายว่างานของเขาคือการช่วยประสาน “หนึ่งในการขยายโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผล AI ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์” เขากล่าวว่าทีมของเขาจัดหากำลังการประมวลผลใหม่ได้หลายสิบกิกะวัตต์จากโครงการต่าง ๆ ที่เขาระบุ ได้แก่ Ohio, Portsmouth, Georgia และ Trainium รวมถึงโครงการอื่น ๆ อีกหลายโครงการ โดยทำงานร่วมกับพันธมิตรที่เขาเอ่ยชื่อ ได้แก่ NVIDIA, Broadcom, AMD, Oracle, Microsoft, Google, AWS, Cerebras และ CoreWeave เขายังกล่าวด้วยว่า GPT-Infra พัฒนาจากแนวคิดไปสู่ธุรกิจที่มีลูกค้าและพันธมิตรจริงได้ภายในเวลาเพียงสามเดือน
Katti เขียนว่า การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ในระดับดังกล่าวทำให้เขาได้เห็นทุกมิติของโลกการประมวลผล ตั้งแต่ซิลิคอน ระบบ ศูนย์ข้อมูล พลังงาน ห่วงโซ่อุปทาน การจัดหาเงินทุน ไปจนถึงเศรษฐศาสตร์ของ AI เขากล่าวว่าภูมิใจอย่างยิ่งกับสิ่งที่ทีมทำสำเร็จร่วมกัน และรู้สึกขอบคุณพันธมิตรที่ช่วยให้โครงการนี้เกิดขึ้นได้
บทบาทและเส้นทางอาชีพ
Katti เข้ารับตำแหน่งรองประธานเมื่อราวสองเดือนก่อนหน้านั้น โดยเขียนในโพสต์ก่อนหน้านี้ว่าขอบเขตความรับผิดชอบของเขาครอบคลุมกลยุทธ์เชิงพาณิชย์และการดำเนินงานด้านโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลของ OpenAI ได้แก่ การขยายการเข้าถึงกำลังการประมวลผล การนำกำลังการประมวลผลมาใช้งานให้เร็วขึ้น การปรับปรุงความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของสิ่งที่ OpenAI นำไปใช้งาน และการเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนเหล่านั้นให้สูงสุด นอกจากนี้ เขายังกล่าวว่าจะเป็นผู้นำงานด้านผลิตภัณฑ์ของ GPT-Infra โดยนำ AI ของ OpenAI ไปประยุกต์ใช้กับปัญหาต่าง ๆ ในระบบนิเวศโครงสร้างพื้นฐาน AI ตั้งแต่เซมิคอนดักเตอร์และระบบ ไปจนถึงบริการคลาวด์ และอธิบายถึงสิ่งที่เขาเรียกว่าโอกาสแบบวนซ้ำ ซึ่ง AI ที่ OpenAI กำลังพัฒนาจะช่วยออกแบบ ปรับแต่ง และขยายโครงสร้างพื้นฐานที่ระบบในอนาคตต้องพึ่งพา เขาขอบคุณ Greg และทีมผู้บริหารของ OpenAI ที่ไว้วางใจ
ในโพสต์ประกาศลาออก Katti เล่าถึงเส้นทางอาชีพของตน ตั้งแต่ทำงานในแวดวงวิชาการในฐานะศาสตราจารย์ที่ Stanford ไปจนถึงการก่อตั้งสตาร์ตอัปในฐานะผู้ประกอบการ จากนั้นเป็นผู้บริหารธุรกิจขนาดใหญ่และดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีที่ Intel ก่อนเข้าร่วม OpenAI เขาปิดท้ายด้วยการขอบคุณ Sam, Greg และทีมงานของ OpenAI สำหรับโอกาส ความไว้วางใจ และความร่วมมือ
โครงการใน Georgia และ Ohio
โครงการขยายโครงสร้างพื้นฐานสองโครงการที่ Katti กล่าวถึงมีรายละเอียดอยู่ในประกาศของ OpenAI เอง เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2026 OpenAI ประกาศโครงการProject Camellia ซึ่งเป็นโครงการศูนย์ข้อมูลระยะยาวที่บริษัทกำลังออกแบบและพัฒนาใน Effingham County รัฐ Georgia โดยทำสัญญากับ Georgia Power Company เพื่อจัดหากำลังไฟฟ้า 3.2 กิกะวัตต์ ซึ่งจะทยอยส่งมอบระหว่างปี 2028 ถึง 2032 OpenAI ให้คำมั่นว่าโครงการนี้จะไม่ทำให้อัตราค่าไฟฟ้าของประชาชนสูงขึ้น และจะใช้ระบบน้ำหมุนเวียนแบบปิด พร้อมจัดให้มีการตรวจสอบประจำปีโดยบริษัทอิสระ เผยแพร่ผลการตรวจสอบต่อสาธารณะ บริษัทระบุเพิ่มเติมว่าจะมอบผลประโยชน์แก่ชุมชนมูลค่า 80 ล้านดอลลาร์ตลอดอายุโครงการ และมอบเครดิต Codex มูลค่าสูงสุด 71 ล้านดอลลาร์แก่นักเรียนและนักศึกษาที่มีสิทธิ์ใน Georgia Codex คือเครื่องมือเขียนโค้ดแบบเอเจนต์ของ OpenAI ซึ่งใช้งานได้ภายใน ChatGPT
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2026 OpenAI ประกาศข้อตกลงเพื่อจัดหากำลังไฟฟ้าประมาณ 8 กิกะวัตต์-ไอทีที่ PORTS-Pike Technology Campus ใน Pike County รัฐ Ohio ซึ่งเป็นที่ตั้งเดิมของ Portsmouth Gaseous Diffusion Plant โดยร่วมงานกับ SB Energy, NVIDIA และกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ OpenAI ระบุว่าคาดว่าโครงการนี้จะสร้างงานก่อสร้าง 35,000 ตำแหน่งในช่วงก่อสร้างที่กินเวลาหกปีจนถึงปี 2032 และงานปฏิบัติการระยะยาว 2,500 ตำแหน่ง ภายใต้โครงสร้างที่ประกาศไว้ SB Energy จะก่อสร้าง เป็นเจ้าของ และดำเนินงานศูนย์ข้อมูลภายใต้สัญญาเช่า 20 ปีกับ OpenAI โดยคาดว่ากำลังไฟฟ้า 800 เมกะวัตต์แรกจะพร้อมใช้งานในปี 2028 และ NVIDIA จะลงทุน 1.5 พันล้านดอลลาร์ใน SB Energy พร้อมให้การสนับสนุนด้านเครดิตสำหรับการก่อสร้างระยะแรกที่มีกำลัง 4.25 กิกะวัตต์-ไอที สถานที่แห่งนี้จะใช้รองรับโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผล AI ของ NVIDIA โดยเฉพาะ OpenAI ยังระบุว่าจะลงทุน 40 ล้านดอลลาร์ในกองทุนสนับสนุนชุมชน ซึ่งเป็นการต่อยอดจากคำมั่นก่อนหน้านี้ของ SB Energy ที่จะมอบเงิน 40 ล้านดอลลาร์ และจะจัดสรรเครดิต Codex มูลค่าสูงสุด 84 ล้านดอลลาร์ให้แก่นักศึกษามหาวิทยาลัย วิทยาลัยชุมชน และสถาบันเทคนิคใน Ohio ที่มีสิทธิ์ประมาณ 844,000 คน ในปีการศึกษา 2026–2027
การพัฒนาซิลิคอนเฉพาะทาง
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2026 OpenAI รายงานผลการทดสอบเบื้องต้นของ Jalapeño ซึ่งเป็นชิปประมวลผลอนุมานแบบเฉพาะตัวรุ่นแรกของบริษัท บริษัทระบุว่าเมื่อทำงานด้วยอัตราการประมวลผลสูงสุด ชิปทำงานด้าน AI ต่อวัตต์ได้มากกว่าระบบที่นำมาเปรียบเทียบ 1.5 ถึง 1.9 เท่า และมีเวลาแฝงตั้งแต่ต้นจนจบต่ำกว่า 1.7 ถึง 3.6 เท่า เมื่อทดสอบกับโมเดลสาธารณะสามรุ่น ได้แก่ GPT-OSS 120B, DeepSeek R1 และ Kimi K2.5 1T OpenAI ระบุว่าได้ทดสอบ Jalapeño บน InferenceX ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานสาธารณะจาก SemiAnalysis และชิปมีกำลังไฟตามพิกัด 700 วัตต์ ขณะที่การวัดกำลังไฟต่อเนื่องขณะทำงานอยู่ที่หรือต่ำกว่า 550 วัตต์ในงานที่นำมาทดสอบ
หนึ่งเดือนก่อนประกาศลาออก Katti เขียนว่า กลยุทธ์ด้านการประมวลผลของ OpenAI ผสานความร่วมมือเชิงลึกกับบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมด้านตัวเร่งประมวลผล คลาวด์ ระบบ และพลังงาน เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานที่ออกแบบขึ้นโดยอาศัยข้อมูลจากโมเดลและภาระงานที่ใช้งานจริงของ OpenAI OpenAI ระบุว่ามีแผนเริ่มติดตั้ง Jalapeño ในโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลภายในสิ้นปี 2026 โดยเป็นรุ่นแรกในแผนงานที่ครอบคลุมหลายเจเนอเรชัน ขณะที่ Gen 2 อยู่ระหว่างการพัฒนาอย่างเข้มข้น และ Gen 3 กำลังเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง












