โมเดลและแพลตฟอร์ม AI
Apple TV 4K มาพร้อม Siri AI ชิป A19 และการสั่งงานด้วยเสียงแบบแฮนด์ฟรี

Apple ประกาศเปิดตัว Apple TV 4K รุ่นที่ 4 เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2026 โดยมาพร้อม Siri AI ซึ่งเป็นผู้ช่วยเวอร์ชันใหม่หมดที่ขับเคลื่อนด้วย Apple Intelligence รุ่นถัดไป รวมถึงชิป A19 และไมโครโฟนรับเสียงระยะไกลที่ติดตั้งมาในตัว กล่องสตรีมมิงรุ่นนี้มีราคา 299 ดอลลาร์สหรัฐฯ เปิดให้สั่งจองล่วงหน้าในวันเดียวกัน และเริ่มวางจำหน่ายในร้านค้า 13 พฤศจิกายน 2026
Siri AI บน Apple TV 4K
Siri AI มาสู่โทรทัศน์ในรูปแบบประสบการณ์สนทนาเต็มหน้าจอ Apple ระบุว่าผู้ช่วยนี้มีความสามารถและโต้ตอบได้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เข้าใจบริบทส่วนตัว มีความรู้รอบด้าน และทำสิ่งต่าง ๆ ในแอปได้มากขึ้น ในตัวอย่างที่ Apple นำเสนอ ผู้ชมสามารถถามว่ารายการใดบน Apple TV ชนะรางวัล Emmy Awards ในปีนี้ แล้วรับชมภาพโปสเตอร์ที่ดึงมาโดยตรงจากแอป Apple TV พร้อมคำแนะนำต่อเนื่อง เช่น รายการตลกที่ได้รับรางวัลเรื่องอื่น ๆ เพื่อให้ค้นหาต่อได้ ระหว่างรับชมรายการ ผู้ชมยังถามคำถามต่อเนื่องได้ เช่น ซีรีส์ Pluribus ถ่ายทำที่ไหน หรือเนื้อหาบนหน้าจอเหมาะสำหรับเด็กอายุ 15 ปีหรือไม่ โดยคำตอบจะแสดงในแถบซ้อนขนาดกะทัดรัดที่ยังคงมองเห็นวิดีโอได้ เมื่อใช้งานคู่กับ iPhone ที่รองรับ Apple Intelligence แล้ว Siri AI ยังใช้บริบทส่วนตัวเพื่อจัดการคำขอได้ เช่น เปิดรายการที่บุคคลในรายชื่อติดต่อคนหนึ่งแนะนำ
Siri AI เปิดให้ใช้งานในรูปแบบเบตาบน tvOS 27.2 สำหรับ Apple TV 4K (รุ่นที่ 2 ขึ้นไป) โดยเริ่มให้บริการเป็นภาษาอังกฤษในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย แคนาดา อินเดีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ แอฟริกาใต้ และสหราชอาณาจักร ผู้เป็นเจ้าของบ้านในแอปบ้านต้องมี iPhone หรือ iPad ที่รองรับ Apple Intelligence และใช้ซอฟต์แวร์เวอร์ชันล่าสุด โดยเปิดใช้ Siri AI และตั้งค่าเป็นภาษาที่รองรับ ทั้งนี้ ในระยะแรกจะยังไม่เปิดให้ใช้งานในสหภาพยุโรปบน iOS หรือ iPadOS Apple ระบุว่าคุณสมบัติบางอย่างของ Apple Intelligence ที่อาศัยโมเดลบนเซิร์ฟเวอร์มีการจำกัดการใช้งานรายวัน และในอนาคตจะเปิดให้เข้าถึงคุณสมบัติเหล่านั้นได้มากขึ้นโดยมีค่าบริการ
ชิป A19 ไมโครโฟน และ Siri Remote
Apple ระบุว่าชิป A19 ให้ประสิทธิภาพ CPU เร็วขึ้นสูงสุด 50 เปอร์เซ็นต์ และประสิทธิภาพ GPU เร็วขึ้นสูงสุด 2 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ช่วยให้ตอบสนองได้ดีขึ้น นำทางได้เร็วขึ้น และแสดงภาพเคลื่อนไหวได้ลื่นไหลยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ตัวถอดรหัส AV1 ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะยังช่วยให้สตรีมมิงได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุณภาพสูงขึ้น โดยใช้แบนด์วิดท์น้อยลง
ไมโครโฟนรับเสียงระยะไกล 3 ตัวพร้อมระบบตัดเสียงสะท้อนขั้นสูงช่วยแยกเสียงพูดของผู้ชมออกจากเสียงรบกวนรอบข้าง ทำให้กล่องรับคำสั่ง “Siri” หรือ “Hey Siri” ได้แม้กำลังเล่นเสียงอยู่ ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคของ Apple ระบุว่ามีชุดไมโครโฟน 3 ตัวพร้อมระบบแยกเสียงพูด และสามารถเรียกใช้งานแบบแฮนด์ฟรีควบคู่กับปุ่ม Siri บนรีโมตได้ การรองรับการรับเสียงระยะไกลจำกัดเฉพาะอุปกรณ์ที่ตั้งภาษาหลักของ tvOS เป็นภาษาจีนกลาง ดัตช์ อังกฤษ ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมัน ฮีบรู นอร์เวย์ หรือสวีเดน
ตัวเครื่องมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูล 128GB, Wi-Fi 7 (802.11be) พร้อม MIMO 2×2, Bluetooth 6, เครือข่าย Thread, HDMI 2.1, Gigabit Ethernet, ตัวรับสัญญาณอินฟราเรด และแหล่งจ่ายไฟในตัว มีความสูง 1.22 นิ้ว ฐานกว้าง 3.67 นิ้วทั้งสองด้าน และหนัก 7.6 ออนซ์ (217 กรัม) รองรับวิดีโอ Dolby Vision, HDR10, HDR10+, HLG, AV1, VP9 และ H.265/HEVC รวมถึง HDMI Quick Media Switching และอัตราส่วนภาพแบบภาพยนตร์ 21:9 ส่วนระบบเสียงรองรับ Dolby Atmos
Siri Remote รุ่นที่ 4 ยังคงดีไซน์ที่คุ้นเคย พร้อมเพิ่ม Find My ที่มี Precision Finding และตัวเลือกให้ส่งเสียงเพื่อช่วยให้ค้นหารีโมตได้ง่ายขึ้น Precision Finding ใช้งานได้เมื่อจับคู่รีโมตกับ iPhone Duo, iPhone Air หรือ iPhone 17 ขึ้นไป ยกเว้น iPhone 17e รีโมตชาร์จผ่าน USB-C ควบคุมทีวีหรือเครื่องรับสัญญาณผ่านอินฟราเรดหรือ CEC และใช้งานร่วมกับ Apple TV HD และ Apple TV 4K ได้ นอกจากนี้ยังจำหน่ายแยกต่างหาก และ Find My รองรับ Siri Remote (รุ่นที่ 2 ขึ้นไป)
ระบบโฮมเธียเตอร์ 4 ลำโพงและฮับบ้าน
Apple ระบุว่าเป็นครั้งแรกที่ผู้ใช้สามารถสร้างระบบเสียงเซอร์ราวด์ 4 ลำโพงได้ โดยจับคู่ Apple TV 4K (รุ่นที่ 4) กับลำโพง HomePod mini 2 หรือ HomePod (รุ่นที่ 2) ลำโพงจะตรวจจับตำแหน่งของตนเองภายในห้อง และปรับเทียบจังหวะกับระดับเสียงให้เหมาะกับพื้นที่โดยอัตโนมัติ การจัดวางนี้ต้องใช้ลำโพงคู่หน้าและคู่หลังที่เป็นรุ่นเดียวกัน รวมถึงซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการเวอร์ชันล่าสุด “Apple TV 4K รุ่นใหม่คือประสบการณ์โฮมเธียเตอร์ที่สมจริงที่สุดเท่าที่เราเคยมีมา” Bob Borchers รองประธานฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ทั่วโลกของ Apple กล่าว
ในฐานะฮับบ้าน อุปกรณ์นี้สามารถแสดงการแจ้งเตือนจากกริ่งประตูที่รองรับบนทีวี ทำให้ผู้ชมเห็นว่าใครอยู่หน้าประตู พูดคุยกับบุคคลนั้น และปลดล็อกประตูได้โดยไม่ต้องหยุดสิ่งที่กำลังรับชม อุปกรณ์รองรับระบบอัตโนมัติ โหมดผู้มาเยือน และการประมวลผล HomeKit Secure Video ในเครื่องอย่างปลอดภัย โดยขณะนี้เพิ่มคำอธิบายกิจกรรมจากกล้องที่สร้างด้วย Apple Intelligence และการแจ้งเตือนแบบสรุป สำหรับผู้ใช้ที่มี iPhone หรือ iPad ซึ่งรองรับ Apple Intelligence และมีแผน iCloud+ ที่เข้าเกณฑ์ นอกจากนี้ Siri AI ยังควบคุมอุปกรณ์เสริมบ้านอัจฉริยะและเปิดหรือปิดฉากต่าง ๆ แบบแฮนด์ฟรีผ่าน Wi-Fi และ Thread ในตัวได้
การออกแบบเพื่อความเป็นส่วนตัว วัสดุ และการวางจำหน่าย
Apple TV 4K และชิป A19 มี Secure Exclaves ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมการทำงานที่ได้รับการปกป้องและแยกส่วน โดยประมวลผลข้อมูลจากไมโครโฟนแยกจากส่วนอื่น ๆ ของระบบ Apple ระบุว่าข้อมูลที่ประมวลผลใน Secure Exclaves จะไม่สามารถเข้าถึงได้โดย tvOS แอป ผู้ใช้ หรือ Apple คำขอของ Siri ประมวลผลบนอุปกรณ์หรือผ่าน Private Cloud Compute ซึ่งจะไม่มีการจัดเก็บข้อมูลหรือเปิดให้ Apple เข้าถึง และฟุตเทจจาก HomeKit Secure Video จะจัดเก็บโดยเข้ารหัสแบบต้นทางถึงปลายทาง
นอกเหนือจากการสตรีม Apple TV 4K ยังรองรับการออกกำลังกายผ่าน Apple Fitness+ เกมจาก Apple Arcade และ App Store การโทร FaceTime ผ่าน Continuity Camera และภาพพักหน้าจอจากรูปภาพ iCloud ที่ปรับแต่งได้ พร้อมฟีเจอร์สุ่มแบบใหม่ที่สลับหมวดหมู่ภาพไปเรื่อย ๆ ผ่านแอป Apple TV ผู้ใช้สามารถสตรีม Apple Originals รวมถึงกีฬาถ่ายทอดสด เช่น Formula 1 ในสหรัฐฯ, Major League Soccer และ Friday Night Baseball
Apple ระบุว่าอุปกรณ์นี้ใช้การชุบทองรีไซเคิล 100 เปอร์เซ็นต์และบัดกรีดีบุกในแผงวงจรพิมพ์ที่ Apple ออกแบบเองทั้งหมด ใช้ทองแดงรีไซเคิล 100 เปอร์เซ็นต์ในแผงวงจรหลายแผง ใช้ธาตุหายากรีไซเคิล 100 เปอร์เซ็นต์ในแม่เหล็กทั้งหมด ใช้โมดูลระบายความร้อนอะลูมิเนียมรีไซเคิล 80 เปอร์เซ็นต์ และใช้ตัวเรือน Siri Remote ที่ทำจากอะลูมิเนียมรีไซเคิล 100 เปอร์เซ็นต์ โดยบรรจุภัณฑ์ทำจากเส้นใย 100 เปอร์เซ็นต์ วัสดุเหล่านี้สนับสนุนแผนของ Apple ที่จะทำให้การดำเนินงานทั้งหมดมีความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2030
ภายในกล่องมี Apple TV 4K (รุ่นที่ 4), Siri Remote (รุ่นที่ 4), สายไฟ และเอกสารประกอบ ลูกค้าสามารถเลือกผ่อนชำระอุปกรณ์ผ่าน Apple Card Monthly Installments ในราคาเดือนละ $49.83 (สหรัฐฯ) เป็นเวลา 6 เดือน ลูกค้าในสหรัฐฯ และอีก 29 ประเทศและภูมิภาคสามารถสั่งซื้อล่วงหน้าได้ที่ apple.com/store และในแอป Apple Store โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในร้านตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน 2026












